A- A A+

เมนู

101343 

 

          วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2562 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ “National Moral Assembly” ครั้งที่ 10 ภายใต้แนวคิด “1 ทศวรรษ สร้างสังคมคุณธรรม : วินัยคน สะท้อนวินัยชาติ” ศูนย์คุณธรรม ชู “วินัย” ขับเคลื่อนแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ สร้างสังคมคุณภาพและสังคมคุณธรรม ร่วมกับ กรมการศาสนา กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ 6 กลุ่มภาคีเครือข่าย พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีพฤติกรรมด้านคุณธรรม : พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ควรค่าแก่การยกย่อง ปี 2562 และเยี่ยมชมนิทรรศการ “ตลาดนัดคุณธรรม” โดยมี นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม ประธานกรรมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ นายธาดา เศวตศิลา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม ประธานคณะทำงานประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ คณะกรรมการจัดงานฯ นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ผู้บริหารกรมการศาสนา ผู้บริหารองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้การต้อนรับและร่วมเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

          นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ผมขอเรียนต่อสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม ดังจะเห็นได้จากนโยบายรัฐบาลในการสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล ให้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในปีแรก ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เน้นการสร้างศักยภาพและบทบาทหน้าที่ของครอบครัว ในการบ่มเพาะ วางรากฐานการพัฒนา จิตใจให้เข้มแข็งมีคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต จิตสาธารณะ ตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ที่มียุทธศาสตร์เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ มีแนวทางการพัฒนาปรับเปลี่ยนค่านิยมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม และที่สำคัญคือ ขณะนี้มีแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ซึ่งใช้เป็นแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมของชาติ ในช่วงปี 2559 - 2564 หัวใจสำคัญของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมฉบับนี้ คือ การมุ่งพัฒนาให้สังคมไทยมีคุณธรรมเป็นรากฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต สืบสานความเป็นไทย อยู่ร่วมกันด้วยความสันติสุข โดยมุ่งการพัฒนาตามคำสอนศาสนา ปรัชญาเศรษฐกิจของพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทย การพัฒนาระบบส่งเสริมคุณธรรมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมคุณธรรม และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียนและนานาชาติ  โดยกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการในการขับเคลื่อนแผนแม่บทด้านคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกรมการศาสนา พัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงและยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร พัฒนาชุมชน พัฒนาสังคมและพัฒนาชาติ

          อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนให้สังคมไทย เป็นสังคมคุณธรรมนั้น ปัจจัยความสำเร็จไม่ใช่การมีแผนระดับชาติหรือการทำงานของหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพราะการส่งเสริมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องยากและ    ท้าทาย จะใช้การสั่งการหรือบังคับไม่ได้ ต้องสร้างกระบวนการขัดเกลา บ่มเพาะ ปลูกฝังจิตสำนึกของประชาชน และจะต้องประสานความร่วมมือ รวมพลังกับทุกฝ่าย รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมร่วมกันแล้ว ขอให้ทุกหน่วยงานทำอย่างจริงจัง หากจะให้รัฐบาลสนับสนุนอย่างไร ทางกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้ดูแลเรื่องการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จะได้นำมาขยายผลส่งต่อรัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้องต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

ด้าน นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม และประธานกรรมการจัดงาน

สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า “กระบวนการสมัชชาคุณธรรม” เป็น “กลไก” ที่สนับสนุนการขับเคลื่อนคุณธรรมของประเทศ โดยยึดหลักความสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล และยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม ประกอบด้วย 1) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกช่วงวัยเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านคุณธรรม 2) นโยบายรัฐบาล ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความร่วมมือประชารัฐเพื่อสร้างสังคมคุณภาพและสังคมคุณธรรม 3) แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2564) ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับดังกล่าว โดยใช้กระบวนการสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นเครื่องมือและกลไกในการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม 4) แผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปรามปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) มุ่งสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตและส่งเสริมให้มีกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมด้านคุณธรรม

          ในส่วนของ ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า สมัชชาคุณธรรมปีนี้ ได้พยายามจัดกลุ่มเครือข่ายการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมใน 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย เครือข่ายองค์กรภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายองค์กรศาสนา เครือข่ายองค์กรสื่อมวลชน เครือข่ายองค์กรการศึกษา และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว เด็กและเยาวชน ให้เป็นพลังประชารัฐขับเคลื่อนทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติให้เข้าถึงบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ทั้งหมด มีกระบวนการส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรม ทั้งการโชว์ แชร์ เชื่อมผ่านสมัชชาคุณธรรมระดับภูมิภาค และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2548 จัดมาแล้ว 9 ครั้ง จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 10 ซึ่งเป็นปีที่มีการถอดบทเรียนองค์ความรู้ 10 ปี การขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมผ่านสมัชชาคุณธรรม ในหัวข้อ “1 ทศวรรษ การสร้างสังคมคุณธรรม” หัวใจหลักของการจัดสมัชชาในปีนี้ ชูประเด็นวินัยของคนในชาติ “วินัยคนสะท้อนวินัยชาติ” ที่สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นส่งเสริมคุณธรรม Moral Touch เพื่อเป็นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลด้านการส่งเสริมคุณธรรม สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ ios และ android

          สำหรับศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีภารกิจสำคัญคือการรณรงค์ส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคมให้ร่วมกันพัฒนาสังคมในด้านคุณธรรม จริยธรรม ผ่านการสื่อสารและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านคุณธรรม โดยเจาะจงไปที่การพัฒนาคุณธรรมในระดับทรัพยากรมนุษย์ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เครือข่ายทางสังคมมีความเข้าใจต่อพฤติกรรมการแสดงออกของมนุษย์ และบูรณาการหลักคุณธรรม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของเครือข่ายสามารถพัฒนาพฤติกรรมเชิงคุณธรรมได้ด้วยตนเอง ขอขอบคุณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดแถลงข่าวครั้งนี้


เขียนข่าว : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม