หน้าหลัก  สมัครรับข่าวสาร   สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา   แผนผังเว็บไซต์
facebook twitter
Search 
Ministry of Culture Thailand
ค่านิยมองค์กร“MORALITY”
ฐานข้อมูลสมัชชาคุณธรรม
ฐานข้อมูลฝึกอบรมยุทธศาสตร์
News Clipping
ห้องสมุดดิจิตอล
ชอบพูด ต้องพูดชอบ
E-Newsletter >> e-Newsletter Vol.4
news7

วันที่ 8 มิ.ย. 2555 (จำนวนคนอ่าน3013คน)
 
หัวใจของคุณธรรมและจริยธรรม

ความหมายของคำว่า "คุณธรรม” และ "จริยธรรม”
     พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายคำว่า "คุณธรรม” ว่า "สภาพคุณงามความดี” และให้ความหมายคำว่า "จริยธรรม” ว่าหมายถึง "ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ” "ศีลธรรม” และ "กฎศีลธรรม” เราอาจกล่าวได้ว่า การที่จะวินิจฉัยว่าบุคคลใดมีคุณธรรมและจริยธรรมดีเด่นมากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมต้องพิจารณาโดยรวมว่าบุคคลนั้นประกอบคุณงามความดีอะไรบ้าง ? มีอุปนิสัยและประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ? ดำรงตนอยู่ในกรอบของกฎหมายและศีลธรรมเพียงใด? เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานและต่อสังคมอย่างไร?

การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม (INTEGRITY)


     ในความเห็นของผู้เขียน หัวใจของคุณธรรมและจริยธรรมก็คือ การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม หรือ "INTEGRITY” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งและกว้างขวางมาก เพราะเป็นที่รวมของความถูกต้องทั้งหลายทั้งปวง
และหากผู้ใดเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมแล้ว ก็ย่อมจะต้องประพฤติตนอยู่ในกรอบของคุณงามความดี กฎหมายและศีลธรรมเสมอ
     หลักเกณฑ์สำคัญของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมตามที่ศาสตราจารย์สตีเฟน แอล. คาร์เตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า การที่บุคคลใดจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มี "INTEGRITY” หรือเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมแล้ว ก็ย่อมจะต้องประพฤติตนอยู่ในกรอบของคุณงามความดี กฏหมายและศีลธรรมเสมอ
     (1) พินิจพิเคราะห์แยกแยะได้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือสิ่งใดเป็นสิ่งที่ผิดให้กระจ่างชัด (DISCERNING WHAT IS RIGHT AND WHAT IS WRONG)
     (2) ปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเชื่อว่าถูกต้องอย่างเคร่งครัด แม้จะทำให้ตนลำบากหรือเสียผลประโยชน์ก็ตาม (ACTING ON WHAT YOU HAVE DISCERNED EVEN AT PERSONAL COST)
     (3) ประกาศให้ผู้อื่นได้ทราบโดยทั่วกันว่าตนได้ปฏิบัติไปเช่นนั้น โดยได้พินิจพิเคราะห์แยกแยะว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว (SAYING OPENLY THAT YOU ARE ACTING ON YOUR UNDERSTANDING OF RIGHT FROM WRONG)"

ความแตกต่างระหว่างการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม กับ คุณธรรมประการอื่น
     ท่านอาจสงสัยว่า การยึดมั่นในสิ่งทีถูกต้องชอบธรรม (INTEGRITY) ที่ผู้เขียนกล่าวอ้างว่าเป็นหัวใจของคุณธรรมและจริยธรรมนี้ แตกต่างจากคุณธรรมอื่น ๆ เช่น "ความซื่อสัตย์สุจริต (HONESTY)” อย่างไร ?
     เพื่อให้ความกระจ่างและแก้ไขข้อสงสัยดังกล่าว ผู้เขียนขอยกตัวอย่างในเชิงเปรียบเทียบว่า ถ้าหากท่านเป็นผู้ที่ทำงานด้วยความตั้งใจ เคารพกฎหมายและกฎระเบียบ ในการทำงาน ไม่เคยทุจริต คดโกง หรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ท่านสามารถพูดได้ว่าท่านเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริตคนหนึ่ง แต่หากบังเอิญท่านได้รู้ได้เห็นมาว่า ผู้ใต้บังคับของท่านได้ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำการฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ท่านก็เพิกเฉย ทำหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและทำการฉ้อราษฎร์บังหลวงต่อไป จะด้วยความเกรงใจหรือหวาดกลัวต่ออิทธิพลชองบุคคลเหล่านั้น หรือคิดว่าไม่ใช่ธุระของท่าน ทั้ง ๆ ที่บุคคลเหล่านั้นและพฤติกรรมของเขาก็อยู่ในความรับผิดชอบของท่านโดยตรง แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็ยังตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของท่านต่อไปตามเดิม เช่นนี้ ท่านอาจกล่าวได้ว่าท่านยังคงความซื่อสัตย์สุจริตอยู่เช่นเดิม เนื่องจากท่านไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตดังกล่าว อย่างไรก็ดี ท่านคงไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าท่านเป็นผู้ที่ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เนื่องจากท่านปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมเกิดขึ้นและยังคงมีอยู่ต่อไป ทั้ง ๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของท่านเอง ต่อเมื่อท่านได้พยายามป้องกัน ยับยั้ง หรือต่อต้านการกระทำทุจริตดังกล่าวแล้ว ท่านจึงจะพูดได้ว่าท่านเป็นผู้ที่ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรมเท่านั้นเอง


ตัดตอนจากหนังสือ "ปาฐกถาพิเศษ เรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ” โดยศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร
สงวนลิขสิทธิ์ 2011 - ศูนย์คุณธรรม / (องค์การมหาชน)
เลขที่ 69 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ชั้น 16-17 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400