สมัชชาคุณธรรม


คณะกรรมการบริหารศูนย์คุณธรรม ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการส่งเสริมคุณธรรม ความดี โดยใช้กระบวนการสมัชชาคุณธรรม ที่มุ่งเน้นให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนคุณธรรมของประเทศทุกระดับเพื่อการสร้างกระแสคุณธรรมอย่างมีพลัง ต่อเนื่องและหลากหลาย ประกอบกับการที่ต้องประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมที่ให้เครือข่ายองค์กรภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานด้านคุณธรรมและองค์ความรู้ต่างๆ อย่างกัลยาณมิตร เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะด้านคุณธรรม จริยธรรมต่อภาครัฐและภาคสังคม โดยจัดให้มีการประชุมแบบมีส่วนร่วมและเป็นระบบทั้งในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เกิดพลังของการพัฒนาคุณภาพประชากรด้านคุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นจริงได้  

 assembly2


ศูนย์คุณธรรม
ในขณะนั้นจึงได้ริเริ่มจัด สมัชชาคุณธรรมแห่งชาตินับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา โดยมีการพัฒนาและยกระดับกระบวนการสมัชชาคุณธรรมอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ทางสังคมและสถานะของศูนย์คุณธรรมตั้งแต่ก่อนการยกฐานะเป็นองค์การมหาชนและหลังจากยกฐานะเป็นองค์การมหาชน ในปี ๒๕๕๔ สรุปสาระสำคัญกระบวนการจัดงานสมัชชาคุณธรรมในแต่ละครั้ง ดังนี้

๑) ภายหลังศูนย์คุณธรรม ได้รับการจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนในปี ๒๕๕๔

นับตั้งแต่ศูนย์คุณธรรม ยกฐานะเป็นองค์การมหาชน สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับต่างๆ เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ศูนย์คุณธรรมจึงได้เชื่อมโยง ประสานหน่วยงานองค์กรภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมขับเคลื่อนสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติต่อเนื่องจนถึงปี ๒๕๕๘ จำนวน ๓  ครั้ง  ในปี ๒๕๕๔ ,๒๕๕๖ , ๒๕๕๘ และขับเคลื่อนสมัชชาคุณธรรมในระดับพื้นที่จังหวัด และภูมิภาค ในปี ๒๕๕๕ ,๒๕๕๗  ซึ่งนับตั้งแต่มีแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ที่เกิดจากกระบวนการจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๕  เครือข่ายองค์กรสมัชชาคุณธรรมได้ใช้แผนฯ ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน   โดยมีการดำเนินกระบวนการสมัชชาคุณธรรมแต่ละครั้งสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

assembly6

 

           ครั้งที่ ๗ ในปี ๒๕๕๘ ช่วงของการรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระบวนการสมัชชาคุณธรรมได้มีบทบาทในการผลักดันนโยบายด้านคุณธรรม ซึ่งสอดคล้องนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้านการเสริมสร้างค่านิยม ๑๒ ประการ และแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งศูนย์คุณธรรมได้เข้าไปมีบทบาทเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลของสังคมไทย สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” และบรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมในหลายมาตรา  โดยศูนย์คุณธรรมและองค์กรภาคีร่วมจัดงานสมัชชาคุณธรรมประเทศไทย ครั้งที่ ๗ จำนวน ๕๒ องค์กร กำหนดประเด็นหลักการจัดงานภายใต้แนวคิด รวมพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม สู่การปฏิรูปประเทศไทยจัดสมัชชาคุณธรรมประเทศไทยครั้งที่ ๗ รวมพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม สู่การปฏิรูปประเทศไทย” เมื่อวันที่ ๒๕-๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ  มีกิจกรรมในเชิงวิชาการ เสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่หลากหลาย การแสดงนิทรรศการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ มีผู้แทนหน่วยงานองค์กรภาคีภาคส่วนต่างๆ เครือข่ายคุณธรรมในพื้นที่จังหวัดคุณธรรมนำร่อง ๑๐ จังหวัดและประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ๓๔๑ องค์กร มีการรายงานสถานการณ์ด้านคุณธรรม จริยธรรมของสังคมไทย องค์กรเครือข่ายรับรองข้อเสนอการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในระยะเปลี่ยนผ่าน มีการประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนคุณธรรมขององค์กรเครือข่าย (ในระยะเร่งด่วน ๑ ปี  ๓ ข้อ และในระยะยาว ๑๐ ข้อ) การส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล และการขับเคลื่อน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติต่อรัฐบาล ( ๖ ข้อ) ได้ข้อสรุปทิศทางการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม  โดยอาศัยพลังของเครือข่ายทุกภาคส่วนและพลังสื่อสังคมให้เกิดกระแสความตื่นตัวของประชาชนคนไทยในด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลอย่างมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันในอนาคต

           ครั้งที่ ๖ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างชาติโปร่งใส สร้างไทยซื่อตรง โดยมีหน่วยงานร่วมจัด จำนวน ๒๕ องค์กรใน ๗ เครือข่าย คือ เครือข่ายข้าราชการ เครือข่ายการเมือง เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายศาสนา เครือข่ายชุมชน เครือข่ายสื่อ และเครือข่ายธุรกิจ ทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรมรายประเด็น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และเกิดแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ ฉบับทบทวน พ.ศ.๒๕๕๗ -๒๕๕๙  สมัชชาคุณธรรมเชิงประเด็นระดับภาค ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายองค์กรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน สมัชชาคุณธรรมโดยประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายหลัก ๗ เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายศาสนา เครือข่ายชุมชน เครือข่ายธุรกิจ เครือข่ายการเมือง เครือข่ายองค์กรภาครัฐ และเครือข่ายการศึกษา  โดยการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมสมัชชาคุณธรรมในจังหวัดนำร่อง ๑๒ จังหวัด ๔ ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ กรุงเทพ ฯ ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ตรัง สุราษฎร์ธานี และ ยะลาองค์กรที่เป็นภาคีร่วมขับเคลื่อนงาน รวม  ๒๗๐ องค์กร ทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรม ๖ ข้อ  ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๕ ข้อ

           ครั้งที่ ๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างชาติโปร่งใส สร้างไทยซื่อตรง มีหน่วยงานองค์กรภาคีร่วมจัด จำนวน ๒๒ องค์กร เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕๒๕๕๙ (แผน ๕ ปี) ที่มาจากเวทีระดมความคิดเห็นของเครือข่ายองค์กรภาคี เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณธรรมความซื่อตรงของสังคมไทยที่มีแผนงานและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนสามารถแปลงสู่การปฏิบัติได้ ในกลุ่มเครือข่ายหลักทางสังคม ๗ เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายการเมือง เครือข่ายองค์กรภาครัฐ เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายศาสนา เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายชุมชน และเครือข่ายธุรกิจ โดยได้มีการส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติฯ ให้กับผู้แทนรัฐบาลในขณะนั้น ในปี ๒๕๕๕  มีการขยายผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ สู่การปฏิบัติใน ๗ กลุ่มเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม และมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ความซื่อตรงของสังคมไทยช่วงระหว่างวันที่ ๑๖-๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พร้อมกัน ๑๓ จังหวัดทั่วประเทศ และในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕  มีการจัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "แก้วิกฤติไทย ด้วยใจซื่อตรง" ที่กรุงเทพมหานคร ตามเจตนารมณ์ของประกาศปฏิญญาสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา  กำหนดให้วันที่ ๒๒ กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันรณรงค์ความซื่อตรงของสังคมไทย

 

๒) ก่อนศูนย์คุณธรรมยกฐานะเป็นองค์การมหาชน

ศูนย์คุณธรรม ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคีด้านคุณธรรมจริยธรรม ร่วมกันจัดให้มีงานสมัชชาคุณธรรมมาแล้ว ๗ ครั้งด้วยกัน โดยเป็นงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ๔ ครั้ง ในปี ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๑, ๒๕๕๒ งานสมัชชาคุณธรรมเชิงพื้นที่ในระดับจังหวัดและระดับภาค ในปี ๒๕๕๐ และงานสมัชชาคุณธรรมเชิงประเด็นในเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความพอเพียง ในปี ๒๕๕๓ และมีการขับเคลื่อนสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๕ ปี ๒๕๕๔ ภายใต้แนวคิด “สร้างชาติโปร่งใส สร้างไทยซื่อตรง  จนเกิดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ปฏิญญาคุณธรรมและแผนพัฒนาคุณธรรมความซื่อตรงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมที่หน่วยงานเครือข่ายองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องจะนำไปขยายผลและปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในองค์กร สรุปสาระสำคัญในแต่ละครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ ๔ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ภายใต้แนวคิดหลัก “ฝ่าวิกฤต ด้วยธุรกิจคุณธรรม” ในประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้สร้างธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) มีหน่วยงานองค์กรเข้าร่วมกว่า ๘๑ องค์กร ทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรม ๔ ข้อ และเกิดมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ หรือธุรกิจเพื่อสังคมคุณธรรม (Social Enterprise) และในปัจจุบันได้มีการจัดตั้งสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (ส.ก.ส.) ให้เป็นหน่วยงานย่อยภายในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมต่อไปสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติระดับภาคในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก“ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความพอเพียง”ในประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตจัดในระดับภาคใน ๗ ประเด็น คือ ประเด็นการศึกษา ประเด็นชุมชน ประเด็นศาสนา ประเด็นธุรกิจ ประเด็นสื่อมวลชน ประเด็นการเมืองและประเด็นข้าราชการ ทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรมรายประเด็น ในระดับภาค และเกิดแผนพัฒนาความซื่อตรงในภาครัฐและเกิดองค์กรต้นแบบความซื่อตรงภาครัฐ  ๒๖องค์กร และเข้าร่วมเป็นภาคีกับ“องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น”

ครั้งที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑  ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมสร้างสังคม รู้ รัก สามัคคี วิถีไทย” ๑๒ ประเด็นย่อย ได้แก่ ครอบครัวเด็กและเยาวชนชุมชน ท้องถิ่น สื่อมวลชน การเกษตร ศาสนิกสัมพันธ์ การศึกษา สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การเมืองภาคประชาชน ธุรกิจคุณธรรม และความเสมอภาค ทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรม ๙ ข้อ และเกิดเป็นแผนการสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นส่งเสริมพัฒนาแหล่งเรียนรู้คุณธรรมเชิงบูรณาการ

ครั้งที่ ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ภายใต้แนวคิดหลัก “ถึงเวลา…คุณธรรมนำสังคมไทย” จัดระดับจังหวัดและระดับภาค ๔ ภาค ๓๖ จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ ๙ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๑ จังหวัด ภาคกลาง ๕ จังหวัด และภาคใต้ ๑๑ จังหวัดในกรอบประเด็นเรื่องคุณธรรม (ความดี คนดี เป็นต้น) และได้มีมติ ครม. ให้หน่วยงานราชการ ส่งผู้บริหารระดับสูงเข้ารับการฝึกอบรมด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลโดยใช้หลักสูตรการฝึกอบรมของศูนย์คุณธรรมสมัชชาคุณธรรมระดับภาค เป็นการจัดเวทีในระดับจังหวัดและระดับภาค ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ภายใต้แนวคิดหลัก“การสร้างสังคม รู้ รัก สามัคคี อยู่ดีมีสุข”ในกรอบประเด็นเรื่องแหล่งเรียนรู้ การส่งเสริม การร่วมสร้างมีจังหวัดเข้าร่วม ๗๓ จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ ๑๕ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๙ จังหวัด ภาคกลาง ๒๘ จังหวัด และภาคใต้ ๑๑ จังหวัดทำให้เกิดปฏิญญาคุณธรรมระดับจังหวัด และระดับภาค ๔ ภูมิภาค

ครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมแรงแข็งขัน ร่วมกันทำดี” ในกรอบประเด็นเรื่อง การส่งเสริมระบบอาสาสมัคร ผลจากการจัดงานสมัชชา ทำให้เกิดคำประกาศเจตนารมณ์ ๑๐ ข้อ มีมติคณะรัฐมนตรี ออกระเบียบให้ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ ไปเป็นอาสาสมัครได้เป็นเวลา ๕ วันทำการโดยไม่ถือเป็นวันลา

§ 

Best 2017 Cardiac and Respiratory arrest for Medical Doctor Best 2017 Cardiac and Respiratory arrest Cardiac and Respiratory arrest for Medical Doctor Cardiac and Respiratory arrest Cardiac arrest