A- A A+

เมนู

 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และ 13 เครือข่ายคุณธรรมจังหวัดเชียงราย จัดเวทีขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมจังหวัดเชียงรายครั้งที่ 1/2565 โดยได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ปลัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุม


มีนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายในฐานะเลขานุการคณะทำงานฯ มีที่ปรึกษาคณะทำงานฯ ประธานคณะทำงาน ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานและฝ่ายเลขานุการฯ ทั้ง 13 เครือข่ายเข้าร่วมประชุม โดยนายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสมัชชาฯ เป็นผู้แทนศูนย์คุณธรรมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมไชยนารายณ์ โรงแรมไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีผู้เข้าร่วมเวทีทั้งในพื้นที่และระบบออนไลน์ จำนวนกว่า 100 คน


ในเวทีได้พิจารณาทบทวนคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย เครือข่ายได้ร่วมระดมความเห็นในการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมปีที่ 3 โดยมุ่งหวังให้เกิดแหล่งเรียนรู้ องค์กร ชุมชนต้นแบบและองค์ความรู้จาก 13 เครือข่ายทางสังคมคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ให้สามารถเผยแพร่ขยายผลแก่จังหวัดอื่นต่อไป มีแผนถอดบทเรียนโมเดลการขับเคลื่อนกลุ่มเครือข่ายและจังหวัดคุณธรรมเชียงรายจากการขับเคลื่อนในระยะ 3 ปี พร้อมค้นหาเชิดชูบุคคล/หน่วยงานต้นแบบด้านคุณธรรมในจังหวัดเพื่อประกาศยกย่องในงานตลาดนัดคุณธรรมจังหวัด และสร้างหอเกียรติยศ (Hall of fame) ในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างคนดีให้มีที่ยืน ความดีให้มีพื้นที่ในสังคม รวมถึงพัฒนาแกนนำของหน่วยงาน องค์กรชุมชนเครือข่ายต้นแบบเพื่อเป็นโค้ชและขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยองค์กรเครือข่ายคุณธรรมต่างขานรับยินดีผนึกพลังเครือข่ายสานงานจังหวัดคุณธรรมสู่ความยั่งยืนและเป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดคุณธรรมนำร่องของภาคเหนือ เรามุ่งหวังให้เชียงรายเป็นโมเดล Moral City และเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ต่อไป
ด้านรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้กล่าวชื่นชมจังหวัดเชียงรายซึ่งได้รับการประกาศเป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นจากกระทรวงมหาดไทย และให้ข้อคิดสู่ความยั่งยืนของการเป็นจังหวัดคุณธรรมว่า “การเป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบมีอะไรที่สัมผัสได้ อะไรคือการเปลี่ยนแปลง อะไรคือความยั่งยืน ทั้งคนในพื้นที่และคนนอกสามารถบอกได้อย่างภาคภูมิใจ บทบาทถัดจากนี้จะทำอย่างไร ใครเป็นแกนนำเจ้าภาพ คนที่ตอบคำถามได้คือพี่น้องชาวเชียงราย”


นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรมมีรูปแบบการทำงานโดยการสร้างโมเดลผ่านกระบวนการสมัชชาคุณธรรมอย่างมีขั้นตอนและขับเคลื่อนอย่างเป็นขบวนต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพื่อจับมือกับเครือข่ายให้เกิดการเชื่อมร้อยความดีเข้าหากัน การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมเชียงรายในปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่ทุกเครือข่ายได้มาร่วมกำหนดอนาคตของเชียงรายด้วยกัน และทั้ง 13 เครือข่ายจะมาร่วมออกแบบทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในเวทีต่อไป


โดยการประชุมได้ปฏิบัติตามมาตรการ การป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดเชียงรายอย่างเคร่งครัด และได้เปิดโอกาสให้คณะทำงานทั้ง 13 เครือข่ายเข้าร่วมประชุมผ่าน (ผ่านระบบ Zoom Meeting และจัดให้มีการ Live Facebook เพื่อเผยแพร่สร้างการรับรู้ผลการดำเนินงานขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมเชียงรายในวงกว้างแก่เครือข่ายคุณธรรม ประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่สนใจทั่วไปอีกด้วย

 


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ

 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่ายทางสังคม 9 เครือข่าย จัดกิจกรรม “ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ภายใต้ โครงการเสริมหนุนกลไกเครือข่ายทางสังคมเพื่อการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ปี 2564 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนถุงยังชีพ เครื่องสมณบริขาร และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 18 - 19 ตุลาคม 2564 โดยมีพื้นที่ดำเนินการ 3 อำเภอ ดังนี้

1) พื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ชุมชนวัดเกาะแก้ว ต.กะมัง, ชุมชนวัดท่าการ้อง ต.บ้านป้อม, ชุมชนวัดกลางคลองสระบัว ต.คลองสระบัว, ชุมชนวัดกลางปากกราน ต.ปากกราน
.
2) พื้นที่อำเภอบางปะอิน ได้แก่ ชุมชนโดยรอบมัสยิดนูรุ้ลฮูดา

3) พื้นที่อำเภอเสนา ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมวัดมารีย์สมภพ, ชุมชนโดยรอบคริสตจักรร่มเกล้า

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางจุรีพร ขันตี วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธี และได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ทั้งจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และผู้แทนภาคีเครือข่ายทางสังคม อาทิ นายเฉลิม อภิวาท รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายท้วง ชัยสุวรรณรัตน์ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รักษาการผู้อำนวยการกองศาสนูปถัมภ์ และเจ้าหน้าที่ กรมการศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรม “ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ได้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางในการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม พระนครศรีอยุธยา ภายใต้คุณธรรมร่วมของจังหวัด “ชาวอยุธยา มีวินัย ใส่ใจส่วนรวม” อีกด้วย

 


ข่าว : ภัททิรา วิริยะสกุลธรณ์ / ภาพ : บุญญานนท์ ศรีโท นักวิชาการกลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ

 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30 - 17.00 น. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกลุ่มกัลยาณมิตร
เพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายวิถีพุทธ (กคพ.) จัดการปัจฉิมนิเทศหลักสูตรอบรมครูออนไลน์ (Online) หลักสูตร “พัฒนาครูโครงงานคุณธรรม” รุ่นที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2564 ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) และร่วมเสวนา หัวข้อ "เรียนรู้อย่างไรให้ ‘มุ่งสู่เป้า เข้าถึงแก่น’ โครงงานคุณธรรม" (จากกรณีศึกษา) แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถอดบทเรียนจากหลักสูตรฯ รวมถึงการติดตามประเมินผลการการฝึกอบรมฯ เพื่อรับใบวุฒิบัตรในการเลื่อนวิทยฐานะ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ 1. พระอาจารย์วชิระ สุปภาโส (กคพ.) 2. อาจารย์พงศ์นรินทร์ มนต์บุญเลี้ยง (กคพ.) 3. ดร.บรรเจอดพร สู่แสนสุข รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สพฐ.) และ 4. คุณสุขุมาล มลิวัลย์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยครูในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ จำนวน 145 คน

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมรับฟังสรุปการถอดบทเรียนจากตัวแทนครู และกล่าวปิดการปัจฉิมนิเทศฯ กล่าวชื่นชมคณะวิทยากร และครู พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป ดังนี้

1. การได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรฯ จะเห็นได้ว่าทำให้ครูสามารถเปิดโลกทัศน์และยังสามารถเปลี่ยนวิธีการคิดของตนเองได้เป็นอย่างดี จากกระบวนการสอนของวิทยากร

2. หลักสูตรฯ ทำให้ทั้งครูและนักเรียนสามารถฝึกกระบวนการคิด และการลงมือทำอย่างเป็นระบบมากขึ้น เช่น เดียวกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังสามารถช่วยเสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานได้ (Logical Thinking)

3. จากกระบวนการของหลักสูตรฯ ทำให้ครูและนักเรียนเกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งมีความท้าทาย และไม่ได้เป็นการชี้นำเพื่อให้ได้ผลลัพท์ตามที่ครูต้องการ

4. ครูได้ทำหน้าที่โค้ช (Coaching) และผู้ที่สามารถนำกลุ่มให้ไปถึงเป้าหมาย (Facilitator) ได้เอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะร่วมกันให้นักเรียนหรือกลุ่มประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

5. ครูสามารถเป็นตัวอย่างด้านคุณธรรมให้แก่นักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้นักเรียนเห็นและนำไปปฏิบัติเองได้

6. การเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างครูและนักเรียน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็นร่วมกันโดยปราศจากความคิดเชิงลบ และเป็นห้องแห่งการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเปิดกว้าง

7. ครูสามารถปรับกระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องกับการจัดการปัญหา และสิ่งแวดล้อมได้ดี จากการคิดเชิงระบบและมีตรรกะ ทั้งนี้ ยังส่งผลถึงนักเรียนสามารถมีความคิดเชิงระบบที่สามารถบริหารจัดการ ตนเอง ชุมชน และสังคมด้วยตนเองได้ในอนาคต

8. หลักสูตรฯ เป็นการบูรณาการระหว่าง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ที่สามารถเชื่อมโยงและปรับใช้ร่วมกันได้อย่างดี อีกทั้งยังทำให้เกิดคุณธรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถกล่าวได้ว่า “คุณธรรมเป็นวิถีแห่งชีวิต ที่เป็นรูปธรรม”

สำหรับกระบวนการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ได้กำหนด 3 คำถาม คือ 1. คุณครูมีความรู้สึกต่อการอบรมครั้งนี้อย่างไร 2. คุณครูได้เรียนรู้ หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลงในตนเองอย่างไร 3. หลักจากจบหลักสูตรนี้แล้ว จะนำโครงการคุณธรรมไปใช้ทำงานต่อไปได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งเสียงตอบรับส่วนใหญ่ออกมาในมุมบวก ทั้งครูและผู้ปฏิบัติด้านอื่น ๆ สามารถนำไปใช้ได้ในทุกงาน และทุกสถานการณ์ อย่างในคาบ Home Room ของโรงเรียนหลังเลิกเรียน เพื่อเป็นการฟังเสียงของนักเรียนในการแลกเปลี่ยนความคิด สะท้อนความรู้สึก รวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ทำและพบใน 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (โดยไม่มีถูก - ผิด) เป็นต้น


ข่าวโดย : กลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 13 ตุลาคม 2564 เวลา 15.00 - 17.00 น. ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร จัดเสวนานวัตกรรมการจัดการศึกษาในช่วงวิกฤตโควิดด้วยพลังบวก ครั้งที่ 3 ประเด็น “on-site on-air online on-demand on-hand สอนยังไงให้ปัง” ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ 1) รองศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ กรณีกิจ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2) อาจารย์ธมลวรรณ สุดใจ โรงเรียนนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) อาจารย์ศรัณย์ญุตา กุศลส่ง โรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ จังหวัดสมุทรปราการ และ 4) รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบวงศ์ กาฬวงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ รวมทั้งมีผู้อำนวยการ ครู จากโรงเรียนเครือข่ายของศูนย์คุณธรรมทั่วประเทศร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จำนวนกว่า 120 คน
.
รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวถึงการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบัน ต้องปรับเพิ่มจาก Active learning สู่ Active citizens เพื่อฝึกให้เด็กและเยาวชนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 เป็นคนเก่ง คนดี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จึงให้ความสำคัญในการเตรียมคนของภาคการศึกษาด้วยเช่นกัน ทำอย่างไรที่จะใช้สันติวิธีและวิธีการทางสติมาช่วยควบคุมอารมณ์ได้ หนังสือเป็นสื่ออีกรูปแบบที่สามารถสะท้อนความรุนแรงได้ด้วยเช่นกัน เด็กที่เติบโตไม่ว่าจะอยู่ในการบ่มเพาะให้มองโลกในแง่ลบ หรือแง่บวกก็ตาม ปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กต่อไปเป็นสิ่งที่น่าห่วง เพราะก่อนที่เด็กจะเติบโตต้องผ่านช่วงชั้นปฐมวัยซึ่งยังไม่สามารถแยกแยะพฤติกรรมที่ดีหรือไม่ดี ดังนั้น การบ่มเพาะจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะเด็กจะต้องเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคม หากพลเมืองของเราขาดคุณธรรมจริยธรรม โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นในสังคมเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ จึงฝากคุณครูทุกท่าน ทำอย่างไรให้เด็กมีคุณธรรม คิดบวก เคารพคนอื่น การบลูลี่กันในโรงเรียน มีคุณธรรมในหัวใจ และสร้างเด็กให้เป็นคนดีตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9
.
อาจารย์ธมลวรรณ สุดใจ โรงเรียนนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงเทคนิคการสอนออนไลน์สำคัญที่สุด คือ ครูจะต้องตั้งเป้าการสอนให้เด็ก ๆ มีความสุข ความท้าทายของการสอน คือต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน อุปกรณ์ในการสอนหรืออุปกรณ์การแต่งกายในการสอนเด็ก ๆ จะทำให้เด็กเกิดทัศนคติที่ดีในการเรียนการสอนมากขึ้น ซึ่งนอกจากเด็กจะสนใจแล้ว ผู้ปกครองก็ยังสนใจอีกด้วย
อาจารย์ศรัณย์ญุตา กุศลส่ง โรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ จังหวัดสมุทรปราการ แลกเปลี่ยนการเตรียมตัวสอนวิชานาฎศิลป์แบบออนไลน์ ว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปรับ Mindset ของครูก่อน มีการลองผิดลองถูกจากเสียงสะท้อนของเด็ก นำเสียงสะท้อนมาปรับรูปแบบการสอน โดยเน้นครูผู้สอนเป็นหลัก จะทำอย่างไรให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก เช่น การสอนสดผ่านออนไลน์ การสอนผ่านคลิปวิดีโอ ร่วมหาทางออกให้เด็ก ๆ ในกรณีที่เข้าระบบ Zoom ไม่สะดวก เช่น เปลี่ยนช่องทางการสื่อสารผ่านระบบ Zoom เป็น Line และทำอย่างไรให้ครูเห็นเด็กและเด็กเห็นครู
.
รองศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ กรณีกิจ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบการเรียนการสอน ระบบออนไลน์ ให้ความเห็นว่า การสอนออนไลน์ ผู้สอนต้องมีการปรับตัวก่อน และต้องวิเคราะห์ผู้เรียน โรงเรียนควรมีช่องทางการเรียนการสอนให้เด็กที่หลากหลาย เนื่องจากเด็กบางคนก็ไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับช่องทางเดียวกับผู้สอนได้ ทุกวันนี้ทุกห้องเรียนมีเด็กที่ตกหล่นเนื่องจากอุปกรณ์ไม่พร้อม เรื่องอุปกรณ์เราต้องมองเรื่องนี้เป็นเกมส์ยาว อาจจะต้องเปิด ๆ ปิด ๆ ซึ่งในเชิงนโยบายรัฐบาลควรมองเห็นปัญหานี้และช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนและสัญญาณอินเทอร์เน็ต
ที่เพียงพอ ไม่มองการจัดสรรแบบหารเท่า มองความจำเป็นและการเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพมากที่สุด เปลี่ยนมุมมองในการสนับสนุนการเรียนออนไลน์ ต้องติดอาวุธหรือสนับสนุนเครื่องมือที่เหมาะสมให้เด็กและคุณครูเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสถานการณ์ที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบทั้งผู้เรียนและผู้สอนซึ่งนโยบายการสนับสนุนก็ต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน
.
เวทีวันนี้เป็นการนำเสนอแนวคิด ทัศนคติ รูปแบบ เครื่องมือ เพื่อให้ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับวิทยากรที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในช่วงสถานการณ์โควิดผ่านรูปแบบต่าง ๆ อย่างน่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนของสอนของแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนกันต่อไป


ข่าวโดย กลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

S 39575560

 

12 ตุลาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564

โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ประธานในพิธี กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ร่วมถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมกับยืนสงบนิ่ง เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเป็นการน้อมรำลึกที่พระองค์ทรงพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งได้สร้างคุณูปการต่อประชาชนคนไทยมาจวบจนปัจจุบัน ณ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ชั้น 17 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)


 เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

9 ตุลาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จับมือ องค์การเวิร์ลแชร์ สำนักงานประเทศไทย (Worldshare Thailand) กองทุนเวลาเพื่อสังคม และกลุ่มเหล็กสหวิริยาฯ ร่วมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เยาวชนและผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายใต้โครงการ “บรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน COVID-19” ประจำปี 2564 โดย นางสาวสาสินี วงศ์ทอง ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช เป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของ พร้อมทั้งกล่าวต้อนรับและขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือร่วมใจกันเป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคในครั้งนี้
.
สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2506 และเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2508 เป็นสถานสงเคราะห์ต้นแบบการจัดสวัสดิการสังคมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รับอุปการะเด็กและเยาวชนชาย อายุระหว่าง 6 - 8 ปี ที่ประสบปัญหาทางสังคม ดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานและปัจจัยสี่ ให้การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย จัดการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรีรวมถึงส่งเสริมทักษะและฝึกวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์นำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป
.
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม ยังได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายของศูนย์คุณธรรม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้


ถ่ายภาพ/เขียนข่าว : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

messageImage 1633507456062

 

 

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 ศูนย์คุณธรรมร่วมกับนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร  จัดเวทีเสวนานวัตกรรมการจัดการศึกษาในช่วงวิกฤตโควิดด้วยพลังบวก ไขปมการศึกษา ยุคโควิดครั้งที่ 2 : นโยบายและมาตรการการสนับสนุนการสอนในยุคโควิดของกระทรวงศึกษา ได้รับเกียรติจาก ดร.เกศทิพย์ ศุภาวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.จารุณี  ทองสุข  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคาโต จังหวัดปัตตานี และ รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม โดยมี ผศ.ดร.สืบวงศ์  กาฬวงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ มีผู้อำนวยการ ครูจากโรงเรียนเครือข่ายของศูนย์คุณธรรมทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จำนวนกว่า 120 คน

 
ดร.เกศทิพย์ ศุภาวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แจ้งนโยบายและมาตรการการสนับสนุนการสอนในยุคโควิดของกระทรวงศึกษา คือ เสนอทางเลือกให้กับโรงเรียนในการเลือกรูปแบบการเรียนการสอน 5 ประการ ได้แก่ On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ DLTV On-demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต และ On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน รวมทั้งมีการช่วยลดภาระผู้ปกครองด้วยการสนับสนุนงบประมาณ ให้เด็ก คนละ 2,000 บาท และมีโครงการคุรุทายาท พัฒนาผู้บริหารโรงเรียน หวังเปลี่ยน mindset เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง บริการจัดการศึกษาแบบบูรณาการและตอบโจทย์ศักยภาพเด็กและผู้ปกครอง ปรับบทบาทเป็นพี่เลี้ยงคุณครู
ดร.จารุณี  ทองสุข  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคาโต จังหวัดปัตตานี ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาการเรียนออนไลน์ ปัญหาด้านเครื่องมือในการเรียนออนไลน์ ปัญหาผู้ปกครองทำการบ้านให้นักเรียน มีการทำข้อมูลสภาพปัญหาของเด็กเป็นรายบุคคลจนพัฒนาเป็นโมเดล Homemade leaning ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองไม่ให้เป็นภาระในการดูแลลูกๆในการเรียนออนไลน์ เน้นการทำกิจกรรมสร้างทักษะอาชีพผ่านโครงงาน และนำเสนอในระบบออนไลน์ เป็นรูปแบบ on the job training  สร้างการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ครูต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นพี่เลี้ยงมากกว่าการอบรมสั่งสอน ผอ.โรงเรียนต้องทำความเข้าใจกับบุคลากรในโรงเรียนในการปรับบทบาทจากครูเป็นพี่เลี้ยงมากขึ้น
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ฝากความเห็นกับกระทรวงศึกษา อยากเห็นทิศทางการจัดการศึกษามุ่งเป้า เด็กเก่ง เด็กมีความสุข จากประสบการณ์ พบว่า คุณครูในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล มักจะคิดนอกกรอบเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเด็กได้เรียนรู้ วันนี้เราจะผลิตเด็กไปสู่เด็กดีหรือว่าเด็กเก่ง  สังคมต้องตอบปัญหานี้ และโรงเรียนต่างๆ ก็ต้องคิดให้ได้ว่าต้องการจะสร้างเด็กแบบไหน และต้องปรับตัวอย่างไรในการบ่มเพาะเด็กในโรงเรียน สำหรับหลังสถานการณ์โควิด On-demand สามารถให้เด็กออกแบบเองได้หรือไม่ On-site ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ มีโรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้ แบบ on the job training  
 
ข้อสรุปจากการเสวนาครั้งนี้ มีข้อเสนอที่น่าสนใจที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการจัดการศึกษา ด้านบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนหรือคุณครูก็ตาม ในยุควิถีชีวิตใหม่ ควรปรับบทบาทเป็นพี่เลี้ยงมากขึ้น ผู้อำนวยการเป็นพี่เลี้ยงให้ครู ครูเป็นพี่เลี้ยงให้นักเรียน และนักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันกับผู้ปกครอง มุ่งเน้นการสร้างทักษะชีวิตบูรณาการหลักสูตรการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมากขึ้น เน้นน้ำหนักการเรียนรู้มากกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่ติดกรอบตัวชี้วัด และในส่วนของผู้บริหาร ต้องได้รับการพัฒนาแนวคิดให้สามารถเป็นพี่เลี้ยงและคิดนอกกรอบ เป็น PLC ได้ โดยกระทรวงสนับสนุนด้านระบบที่จะอำนวยความสะดวกเรื่องเครื่องมือที่โรงเรียนจะนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งอยู่ใน Website ที่เกี่ยวข้อง เช่น Website ครูพร้อม  และอยู่ใน Application ที่คุณครูสามารถเข้าไปเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสิ่งสำคัญที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการปฏิรูปด้านการศึกษา คือ แนวทาง รูปแบบการปรับตัวที่เหมาะสมหลังสถานการณ์โควิด
 

เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม

 

 

BF574013 56AA 4DDC A1B1 A1F05623B8A2 L0 001

 

     ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (บนขวา) เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการอบรมวิทยากรส่งเสริมคุณธรรม Sustainability c Moral “ตามรอยพระราชา” สร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากศาสตร์พระราชา วิถีนิวนอร์มอล ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ระบบออนไลน์ ต่อยอดสู่เวทีวิทยากรระดับประเทศ โดยมี รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตรี (บนกลาง) ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย (ล่างซ้าย) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม และประธานมูลนิธิธรรมดี อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม (บนซ้าย) นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และอาจารย์ชัยรัตน์ วงศ์จินดานนท์ (ล่างขวา) Presentations Coach ร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตรเพื่อสร้างวิทยากรวิถีใหม่ยุค 5G


จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิธรรมดี ในฐานะองค์กรภาคี เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และปราชญ์ชาวบ้านในแหล่งเรียนรู้จากทั่วประเทศ รวมถึงผู้บริหารองค์กรภาคีต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้เกิดการบูรณาการพัฒนานวัตกรรมศาสตร์พระราชา จาก 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้ พร้อมกับการเชื่อมโยง Sustainable Development Goals เป้าหมายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สากลเป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมโลกได้


... ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook ตามรอยพระราชา – The King’s Journey

 


เขียนข่าว/ถ่ายภาพ : มูลนิธิธรรมดี

 

 messageImage 1633227582943

 

 

วันที่ 3 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และเครือข่ายประชาสังคมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย จัดเวทีถอดบทเรียนความสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กรณีเครือข่ายประชาสังคม ผ่านระบบแอพพลิเคชั่น Zoom โดยมี พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมเครือข่ายประชาสังคมคุณธรรมเป็นประธานการประชุม โดยได้รับเกียรติจาก นายสนั่น เนตรสุวรรณ ประธานสภาหมอเมืองล้านนา นายกิตติ ทิศสกุล ที่ปรึกษาคณะทำงาน ผศ.ปรีดา จันทร์แจ่มศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ผศ.ดร.เด่นศักดิ์ สุริยะ ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าเชียงราย ผู้ก่อตั้งชมรมคนดีศรีเชียงราย นางสาวอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย นายวีรศักดิ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการบริหารไร่รื่นรมย์ นางสาวสมถวิล เอี่ยมโก๋ เลขาธิการมูลนิธิจิตอาสา นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้แทนเครือข่ายประชาสังคมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุม จำนวน 32 คน โดยนางสาวจีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ นักวิชาการส่งเสริมคุณธรรม กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ เป็นผู้แทนศูนย์คุณธรรม เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กรณีเครือข่ายประชาสังคม ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรมและแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2565)

จากบทเรียนความสำเร็จของเครือข่ายประชาสังคมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เกิดโมเดลตัวอย่างที่โดดเด่น เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน กลุ่มเครือข่ายเข้มแข็ง เป็นการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจ เกิดการขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายอื่นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อันนำไปสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนคุณธรรมสูงอย่างมาก พบว่ามีหน่วยงานภาคประชาสังคมกว่า 200 องค์กรในจังหวัดที่มีจิตอาสา พร้อมร่วมมือส่งเสริมและขับเคลื่อนงานเพื่อสังคมเป็นอย่างดี และมีโครงการที่เป็นต้นแบบความสำเร็จจำนวนมาก อาทิ เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ซึ่งส่งเสริมกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุและชุมชนเพื่อให้มีความรู้เท่าทันโลกเท่าทันการเปลี่ยนแปลง มีรายได้ พึ่งตนเองได้ และสามารถช่วยเหลือสังคมได้ มีชมรมคนดีศรีเชียงราย ที่มีการจัดกิจกรรมมอบรางวัลคนดีศรีเชียงรายเพื่อส่งเสริมให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งคนดี

จากเวทีถอดบทเรียน พบว่า เครือข่ายประชาสังคมมีแนวทางความดีที่อยากทำร่วมกัน ได้แก่ การขับเคลื่อนงานคุณธรรมด้วยนวัตกรรมคุณธรรม อาทิ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การป้องกันภัยพิบัติ ไฟป่าหมอกควัน การขับขี่บนท้องถนนด้วยความมีวินัยและน้ำใจ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงรุก อาทิ อบรมหลักสูตรวิทยากรคุณธรรม, ค่ายเด็กและเยาวชน, พัฒนาศักยภาพและสร้างบุคลิกภาพให้แก่คนในชุมชน และดำเนินกิจกรรมยกย่องส่งเสริมคนทำดี ขยายเครือข่ายผู้ร่วมอุดมการณ์ส่งเสริมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด รวมถึงจัดทำและขับเคลื่อนธรรมนูญคุณธรรมตามเจตนารมณ์ค่านิยมคุณธรรม 4 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา โดยมีกลไกคณะทำงานเครือข่ายประชาสังคมคุณธรรม และแกนนำวิทยากรส่งเสริมคุณธรรม ผู้นำองค์กรของภาคประชาสังคมในการร่วมขับเคลื่อน คณะทำงานเครือข่ายประชาสังคม เน้นย้ำโมเดล 6 ส. ได้แก่ สำรวจ ส่งเสริม สนับสนุน สร้างเครือข่าย สานพลังสามัคคี สื่อสารผลสำเร็จ และ 4 ย. คือ ย้ำ ยก โยง ขยาย เพื่อให้ทุกองค์กรร่วมสำรวจประเมินตนเอง สานพลังความสามัคคีให้เกิดขึ้น เชื่อมโยงเพื่อเสริมพลังกัน พร้อมสื่อสารร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน และต้องเดินหน้าต่อไปให้งานภาคประชาสังคมสามารถขยายความดีครอบคลุมทั้งเมืองเชียงรายได้อย่างแท้จริง


ภาพและข่าวโดย กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

  

 

BF574013 56AA 4DDC A1B1 A1F05623B8A2 L0 001

 

1 ต.ค. 2564 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มอบกระเช้าหนังสือองค์ความรู้ของศูนย์คุณธรรม ในงาน “ก้าวสู่ 2 ทศวรรษกระทรวงวัฒนธรรม” โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้รับมอบ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นการครบรอบปีที่ 19 ในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม

สำหรับกิจกรรมสำคัญวันนี้ มีพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนาฯ พร้อมกับพิธีสักการะพระพุทธศิริวัฒนธรรมธาตุศาลพระภูมิและศาลตายาย โดย มีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงาน ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฎ์ กระทรวงวัฒนธรรม


เขียนข่าว/ถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม